Trip     
 
  From:
 
  To:
 
 
  Depart Date:
 
  Return Date:
 
 
  Passengers:
Adults 
Children 
Infants 
   Class:
      
   Airline:
      
  Search Option:
 

ข้อมูลท่องเที่ยวญี่ปุ่น


ข้อมูลทั่วไป ประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ด้านฝั่งตะวันออกของทวีปเอเชีย หรือทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะญี่ปุ่นทอดตัวเป็น รูปโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว โดยมีความยาวทั้งสิ้น 3,800 กม. และเป็นประเทศหมู่เกาะ ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ประมาณ 3,900 เกาะ โดยมีเกาะใหญ่ที่สำคัญ 4 เกาะ คือ ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ และ กิวชู

ภาษาที่ใช้ ประชาชนในประเทศญี่ปุ่นใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ ชาวญี่ปุ่นมีความเป็นชาตินิยมสูงมากจึงแทบจะไม่มีใคร ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวได้เลย จึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการไปเที่ยวเองโดยไม่ได้ไปกับทัวร์

ความแตกต่างของเวลา เวลาในประเทศญี่ปุ่นเร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งถือว่าต่างกันไม่มากนะคะ จึงไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่อง ของการปรับตัวสักเท่าไหร่

สภาพอากาศ สภาพอากาศโดยทั่วๆ ไปเป็นอากาศอบอุ่น ในฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) เป็นช่วงเวลาที่ดอกเหมยและ ดอกซากุระบาน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมถึงชาวญี่ปุ่นเอง ต่างก็นิยมไปชื่นชมความงามของดอกซากุระกันในฤดูนี้ ส่วนในฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) เป็นเวลาของการเที่ยวเล่นในแดนธรรมชาติ และในฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) เป็นฤดูแห่งการสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับหิมะ ประเทศญี่ปุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ท่านสามารถไปเที่ยวชม ได้ตลอดทั้งปีเลยก็ว่าได้

ค่าเงิน ในประเทศญี่ปุ่น เงินเหรียญที่ใช้กันมีราคา 1 5 10 50 100 และ 500 เยน ตามลำดับ ธนบัตรที่ใช้มีราคา 1,000 5,000 และ 10,000 ส่วนเงินสกุลอื่น ๆ ที่นำเข้าไปในญี่ปุ่น สามารถแลกเป็นเงินเยนได้ที่ ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตรา ภายในท่าอากาศยานที่เดินทางไปถึง หรือจะแลกได้ตามธนาคารในเมืองต่างๆ ก็ได้ อัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นๆ ลงๆ ทุกวัน ธนาคารส่วนมากจะมีป้ายบอกอัตราแลกเปลี่ยน ประจำวันติดไว้ไห้เห็นอย่างชัดเจน อัตราแลกเปลี่ยนกับเงินไทยจะอยู่ที่ 100 เยน ต่อ 30.82 บาท

ระบบไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าในญี่ปุ่นที่ใช้ตามบ้านเรือนทั่วไปเป็นแบบ 110 โวลต์ ชนิดกระแสสลับทั่วประเทศ แต่มีไซเกิลสองขนาด คือ ภาคตะวันออกใช้ 50 เฮิร์ซ ภาคตะวันตกใช้ 60 เฮิร์ซ โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่เมืองใหญ่ๆจะมีปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลต์ให้ใช้ แต่เต้าเสียบมักจะใช้ชนิดสองขาเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านต้องการนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปด้วย ก็ควรนำเต้าแปลงปลั๊กไปด้วย

ระบบโทรศัพท์ ท่านจะสามารถพบเห็นโทรศัพท์สาธารณะในญี่ปุ่นได้ทั่วไป มีทั้งแบบหยอดเหรียญและแบบใช้บัตรโทรศัพท์ อัตราค่าบริการโทรศัพท์จะคิดเป็นต่อนาที โดยถ้าโทรภายในประเทศจะคิดนาทีละ 10 เยน และถ้าต้องการโทรศัพท์ทางไกลจากญี่ปุ่นกลับประเทศไทย ให้กด 001 + รหัสประเทศไทย (66) + รหัสเมืองหรือรหัสมือถือ (ไม่ต้องกด 0 ตัวหน้า) + หมายเลขโทรศัพท์ 7 หลัก เช่น 001-66-2-1234567

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
1. ตำรวจ กด 110
2. รถพยาบาล สถานีดับเพลิง กด 119

การเดินทาง การเดินทางเข้าประเทศโดยการโดยสารเครื่องบิน เครื่องจะลงจอดที่ท่าอากาศยานนิวโตเกียวอินเตอร์เนชั่นแนล (นาริตะ)
โดยมีวิธีเดินทางจากนาริตะไปโตเกียว และ โยโกฮาม่าหลายวิธีด้วยกัน หรือถ้าหากท่านบินไปลงที่ท่าอากาศยานคันไซ ก็มีวิธีการเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองโอซาก้า เกียวโต และ โกเบได้หลายวิธีเช่นกัน ประกอบด้วย

-บริการลีมูซีนบัส เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ลีมูซีนบัสจะไปส่งที่ปลายทาง คือ โตเกียวซิตี้แอร์ เทอร์มินัล (Tokyo City Air Terminal: TCAT)

-บริการแท๊กซี่จากสนามบินนานาชาตินาริตะเข้าเมืองโตเกียว อัตราค่าโดยสารแท๊กซี่จะคิดโดยกำหนดค่าโดยสารตามมิเตอร์เหมือนบ้านเราเลยค่ะ แต่ราคานี้ยังไม่รวมค่าทางด่วนนะคะ ถ้ารวมกันแล้วจะประมาณ 25,000 เยนหรือมากกว่านั้นค่ะ

-การเดินทางโดยระบบรถไฟ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก เพราะมีสถานีครอบคลุมทั่วประเทศ และยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางได้มากอีกด้วยค่ะ

อาหารท้องถิ่น อาหารญี่ปุ่นนับว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของประเทศ เลยก็ว่าได้ แม้แต่อาหารธรรมดาทั่วไป ยังมีศิลปะในการจัดวาง บนภาชนะ ให้ดูสวยงามน่าทานเป็นอย่างยิ่ง อาหารจานเด็ดต่างๆ เช่น ซูชิ หม้อร้อน เทมปุระ ไก่ปิ้งเสียบไม้ หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำเสิร์ฟใส่ภาชนะก้นลึก เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดชิมเลยนะคะ และอาหารที่ได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่งในญี่ปุ่นนั่นคือ ปลาดิบ ในประเทศนี้มีร้านขาย ซูซิ (หรือสุชิ) อยู่มากมาย และขายดีที่สุดในบรรดาร้านอาหาร รวมถึง ภัตตาคารภายในที่พักในญี่ปุ่นของท่าน โดยมีราคาที่แตกต่างลดหลั่นกันไป ตั้งแต่ราคาแพงที่สุด ลงไปจนถึงแพง

แหล่งช้อปปิ้ง การช้อปปิ้งในญี่ปุ่น ท่านจะได้พบกับสิ่งที่แปลกใหม่ และน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งมีตั้งแต่ ศิลปวัตถุแบบประเพณีนิยมของญี่ปุ่น จนถึงสิ่งที่พลาดไม่ได้เลย คือ สินค้าไฮ-เทค เพราะญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความทันสมัยในเรื่องของเทคโนโลยี แต่ถ้าท่านจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ควรตรวจสอบราคาให้ดี โดยเปรียบเทียบราคากับบ้านเราก่อนซื้อ

ข้อควรรู้ ในสถานที่บางแห่งและบริการมวลชนบางประเภท จะไม่สามารถรับเงินตราต่างประเทศได้ เช่น พาหนะขนส่งมวลชนสาธารณะ ห้างร้าน ร้านค้า และภัตตาคาร ดังนั้น นักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องพกเงินสดสกุลเยนไว้บ้าง เพื่อใช้จ่ายในขณะท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น แต่ก็มีร้านค้าและภัตตาคารบางแห่งที่ยอมรับเงินสกุลอื่นเหมือนกันนะคะ ส่วนเงินเยนที่เหลือจากการใช้ จะแลกคืนได้เฉพาะที่เป็นธนบัตรเท่านั้น

เสื้อผ้าที่ควรเตรียมไปในฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงคือ เสื้อแจ๊คเก็ตและสเว็ตเตอร์กันหนาว ในฤดูร้อนให้เตรียมเสื้อผ้าที่บางเบา แขนสั้น ส่วนในฤดูหนาว จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค๊ต ชุดผ้าขนสัตว์ แจ๊คเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ และสเว็ตเตอร์สำหรับฤดูหนาว

เวลาไปไหนมาไหนในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวจะต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชู่ติดตัวเสมอ เพราะร้านอาหารในญี่ปุ่นจำนวนมากไม่บริการผ้าเช็ดมือ มีบริการแต่เพียง "โอชิโบริ" เท่านั้น (ผ้าร้อนเช็ดมือ) ส่วนน้ำก๊อกในญี่ปุ่นทุกแห่งปลอดภัยสามารถดื่มได้