Trip     
 
  From:
 
  To:
 
 
  Depart Date:
 
  Return Date:
 
 
  Passengers:
Adults 
Children 
Infants 
   Class:
      
   Airline:
      
  Search Option:
 

ข้อมูลท่องเที่ยวฮ่องกง


ข้อมูลทั่วไป ฮ่องกงเป็นดินแดนตอนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วยเกาะฮ่องกง นิวเทอร์ริทอรี่ส์ เกาลูน และเกาะเล็กๆ อีก 235 เกาะ ฮ่องกง มีพื้นที่โดยรวม 1,091 ตารางกิโลเมตร

ภาษาที่ใช้ ชาวฮ่องกง พูดได้หลายภาษา ทั้งภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง อังกฤษ และอาจจะรวมถึงภาษาไทยด้วย ภาษาราชการของ ฮ่องกง คือ อังกฤษและจีนกวางตุ้ง แต่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจภาษาจีนกลางได้ดี ส่วนภาษาอังกฤษนั้นชาวฮ่องกงก็สามารถพูดได้ดีเช่นกัน เนื่องจากฮ่องกงเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และในขณะเดียวกัน ฮ่องกงก็ยังอยู่ในอาณาเขตการปกครองของประเทศจีนด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถพูดภาษาจีนได้จึงไม่มีปัญหาในการสื่อสาร ส่วนภาษาไทยนั้น ในสถานที่ที่ได้รับความนิยม อย่างแหล่งช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมจากคนไทย ผู้คนแถวนั้นก็จะสามารถพูดภาษาไทยได้

ความแตกต่างของเวลา เวลาในฮ่องกงจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงไม่มีปัญหาในเรื่องเวลาที่แตกต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ยังไงก็อย่าลืมเปลี่ยนเวลาที่นาฬิกาของท่าน เมื่อไปถึงที่ฮ่องกง

สภาพอากาศ อากาศที่ฮ่องกง ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนชื้น และมักเกิดลมมรสุม มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-30 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอากาศเย็นสบายและแห้ง น้อยครั้งที่จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนมีฝนตกชุกและลมแรง ถ้าจะให้ดีควรศึกษาสภาพอากาศในตอนนั้นให้ดีก่อนเดินทาง

ค่าเงิน สกุลเงินที่ใช้ได้ตามกฎหมายคือเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HK$) 1 ดอลลาร์มี 100 เซ็นต์ สำหรับเหรียญ 10 เซ็นต์ 20 เซ็นต์และ 50 เซ็นต์ ซึ่งออกโดยรัฐบาลมีสีบรอนซ์ เหรียญ 1 HK$, 2 HK$, และ 5 HK$ มีสีเงิน ส่วนเหรียญนิคเกิลและบรอนซ์ใช้กับเหรียญ 10 HK$ ส่วนธนบัตรที่ออกโดย HSBC และธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด มี 10 HK$, 20 HK$, 50 HK$, 100 HK$, 500 HK$ และ 1,000 HK$ ส่วนแบงก์ออฟไชน่าออกธนบัตรทุกประเภท ยกเว้น 10 HK$ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน 1 HK$ กับเงินบาท อยู่ที่ประมาณ 4-5 บาท นักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินได้จากธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยน จะเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น นักท่องเที่ยวควรดูอัตราแลกเปลี่ยนดีๆก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะขาดทุนได้

ระบบไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าของฮ่องกงเป็นระบบ 200/220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ตซ์ แต่ตัวปลั๊กจะเป็นแบบสามตา ถ้าหากนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ที่นั่น ท่านอาจต้องพกเต้าแปลงปลั๊กไปด้วย เผื่อไว้ในกรณีที่บางโรงแรมในฮ่องกงไม่มีให้บริการ

ระบบโทรศัพท์ การโทรศัพท์ภายในฮ่องกงเอง (Local Call) จะไม่เสียค่าบริการค่ะ ซึ่งร้านค้า และ ที่พักในฮ่องกงส่วนใหญ่มีโทรศัพท์ไว้ให้บริการอยู่แล้ว แต่ท่านควรสอบถามจากทางโรงแรมก่อนว่ามีการคิดค่าบริการโทรศัพท์ และชาร์จอย่างไร ไม่อย่างนั้นท่านอาจต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ในราคาแพงพอสมควร อันนี้ต้องระวังนะคะ เครื่องโทรศัพท์สาธารณะระบบ IDD สามารถโทรทางไกลออกนอกประเทศได้ มีทั้งแบบหยอดเหรียญและใช้บัตร โดยสามารถหาซื้อได้จากร้านค้า ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว (HKTA) รวมถึงร้านขายสินค้าที่ระลึกทั่วไป โทรศัพท์หยอดเหรียญสาธารณะคิดค่าบริการครั้งละ 1 HK$ ใช้ได้นาน 5 นาที สำหรับการโทรกลับเมืองไทยแบบอัตโนมัติ กด 00 + 66 + รหัสจังหวัด + เบอร์โทรศัพท์ แล้วกดโทรออกได้เลย หากเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถือมาจากประเทศไทย ก็กด 0066 ต่อด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการโทรออกได้เลยเหมือนกัน

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ
- บริการค้นเลขหมายโทรศัพท์: 1081
- สอบถามเวลา: 18501
- สภาพอากาศ: 187 8066
- บริการโทรศัพท์ทางไกล IDD และการ์ดโฟน: 10013
- บริการฉุกเฉิน (ตำรวจ อัคคีภัย รถพยาบาล): 999
- บริการสายด่วน RTHK (ข่าวด่วน): +852 2272 000
- สายด่วนบริการนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกง: + 852 2508 1234

การเดินทางเข้าฮ่องกง และการเดินทางจากสนามบินเข้ามาในเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางเข้ามายังเกาะฮ่องกงได้หลายทางด้วยกัน เช่น ทางอากาศ หรือ ทางน้ำ ส่วนการเดินทางสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างสนามบินนานาชาติฮ่องกงที่เช็คแลปก๊ก บนเกาะลันเตา กับเกาะฮ่องกง เกาลูน นิวเทอร์ริทอรี่ส์ รวมทั้งภายในเกาะลันเตาเอง สามารถเลือกใช้บริการได้หลากหลาย ทั้งบริการรถไฟ รถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ และรถแท็กซี่

อาหารท้องถิ่น การไปเยือนฮ่องกง ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งอาหารของเอเชีย” ท่านไม่ควรพลาดการไปลองชิมอาหารในเมืองนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดใดก็ตาม ฮ่องกง มีทั้งภัตตาคารจีนชั้นเลิศในบรรยากาศหรูหรา และ ร้านอาหารข้างทางกับบรรยากาศพลุกพล่าน แต่ก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองแห่งนี้ ให้ท่านได้เลือกตามใจชอบ ทั้งกลางวันและกลางคืน เชฟในภัตตาคารส่วนใหญ่ โดยเฉพาะของโรงแรมในฮ่องกง จะมีความชำนาญในการปรุงอาหารขึ้นชื่อของจีน ไม่ว่าจะเป็น อาหารปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เสฉวน กวางตุ้ง แต้จิ๋ว หูหนาน ฯลฯ

สำหรับอาหารที่มีชื่อเสียงของฮ่องกงคงไม่พ้น ติ่มซำ เป็นแน่ ส่วนอาหารมื้อเช้าที่ได้รับความนิยมก็คือ โจ๊กต่างๆซึ่งมักทานร่วมกับปาท่องโก๋ นอกจากนี้ยังรวมถึง เป็ดย่าง หมูแดง ด้วย ถ้าใครไปฮ่องกงแล้วไม่ได้ทานอาหาร 3 สิ่งนี้ถือว่าท่านยังไปไม่ถึงฮ่องกง

แหล่งช้อปปิ้ง หากพูดถึงการไปเที่ยวที่ฮ่องกงนั้นต้องนึกถึงการไปช้อปปิ้งสินค้าจากสินค้าแบรนเนม ไปจนถึงสินค้าตามตลาดนัดทั่วไป และในช่วงเทศกาลลดราคาคือช่วงฤดูหนาว (ปลายเดือน ธ.ค. ถึง ก.พ.) และฤดูร้อน (ก.ค. ถึง ก.ย.) ร้านค้าจะพากันลดราคากระหน่ำชนิดจุใจนักช้อปตัวยง ราคาสินค้าแบรนเนมในฮ่องกงจะมีราคาถูกกว่าประเทศไทยครึ่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ อย่างเช่น Bossini ที่ใครๆไปก็ขนเสื้อผ้ายี่ห้อนี้กลับมากันทั้งนั้น

ข้อควรรู้ นักท่องเที่ยวสามารถนำสิ่งของดังต่อไปนี้เข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องเสียภาษี: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - ไวน์ หรือเหล้าขวดขนาด 1 ลิตร ยาสูบ - บุหรี่ 200 มวน หรือซิการ์ 50 มวน หรือยาสูบ 250 กรัม ส่วนงาช้าง รัฐบาลฮ่องกงมีข้อบังคับเข้มงวดมากในเรื่องการนำเข้าและส่งออกงาช้าง ทั้งที่ยังไม่ได้แปรสภาพและที่แปรสภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนมากหรือน้อยก็ตาม จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะนำเข้าหรือนำงาช้างออก

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเองโดยไม่ได้มากับทัวร์ สามารถซื้อบัตร Octopus เพื่อใช้จ่ายขณะอยู่ที่ฮ่องกงได้ ซึ่งบัตรนี้ สามารถนำไปใช้จ่ายค่ารถไฟใต้ดิน และจ่ายค่าสินค้าต่างๆได้ ตามร้านค้าที่รับบัตรนี้ ถ้าเงินหมดก็สามารถเติมเงินผ่านตู้ Auto หรือจากเคาน์เตอร์ก็ได้เช่นกัน และหากถึงวันเดินทางกลับแล้ว แต่เงินในบัตรยังใช้ไม่หมด ท่านสามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้อีกด้วย บัตร Octopus นี้ก็จะคล้ายๆกันกับ บัตร Smart purse ในบ้านเรา

การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถแท็กซี่ไม่ว่าจากโรงแรมในฮ่องกงที่ท่านพำนัก หรือจากที่ใดก็แล้วแต่ เพื่อไปยังสถานที่สำคัญต่างๆในฮ่องกง ท่านควรจดที่อยู่เป็นภาษาจีนยื่นให้คนขับรถ เพื่อความสะดวกในการไปส่ง